6 ปีแล้วซินะ

วันนี้เป็นวันครบรอบ 6 ปีของเราครับหวานซ่าส์
เรายังรักกันเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา คือความผูกพันธ์

ทุกๆปีเราจะได้อยู่ด้วยกัน แต่ปีเราอยู่ห่างกัน
แต่ไม่เป็นไร ปีหน้า เราหวังว่า เราจะได้ฉลองครบรอบ 7 ปีด้วยกันนะ
ณ เวลานี้ ขอให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
เพื่อที่ปีหน้า เราจะได้อยู่ด้วยกัน
หวานซ่าส์กลัวเลข 7 แต่รู้ไหมเลข 7 เป็นเลขสวยนะ
เป็นเลขที่นำมาซึ่งความโชคดี เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัว
อย่าไปกังวลเลย

สู้ต่อไปนะ อิอิ

Posted in หวานทั่วไป, หวานมีข่าว | Comments Off

เทศกาลของความรู้สึก

นานๆทีจะได้อัพเดตบล็อคนี้สักครั้งนึง
ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างจะเขียนเลย หวานคงรอที่จะอ่าน
อีกไม่กี่วัน เราก็คงจะได้เจอกันอีกระรอกนึงแล้วนะครับ
ปีใหม่นี้ ผ่านมาได้สองสัปดาห์แล้ว แต่อารมณ์ในเทศกาลปีใหม่ยังคงค้างอยู่
อันที่จริง ในวันเทศกาลต่างๆ ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญสักเท่าไหร่
นับตั้งแต่ ที่เข้าย่างสู่วัยรุ่นขึ้นมา ความสำคัญของเทศกาล ก็จางหายไป
อาจจะด้วยว่า ก็เหมือนกันทุกๆปี เลยเริ่มเบื่อๆ

วันนึง มีหวานเข้ามาในชีวิต 6 ปีแล้วสินะ วันที่ 26 นี้ละ
ความสำคัญของเทศกาลก็มีความหมายขึ้นมาทันที
ด้วยเหตุเพราะว่า เราจะได้ทำอะไรร่วมกัน
ที่ผ่านๆมา ผมก็บ่ายเบี่ยงที่จะทำนู่นทำนี่
หรือไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ที่หวานอยากไป
ผมเป็นคนไม่ชอบเที่ยวสักเท่าไหร่นัก
ก็ไปมั่ง ไม่ไปมั่ง แล้วแต่อารมณ์ ส่วนมาก ไม่อยากไป

มาถึงวันนี้ วันที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน
ความสำคัญของเทศกาล กลับมีมากขึ้นสำหรับผม
ผมอยากทำนู่นทำนี่ เต็มไปหมด อยากเที่ยวตามจุดต่างๆ
ที่หวานเคยชวนให้ไป ที่หวานอยากไป
ในช่วงเทศกาลนี้ ไม่มีหวานชวนไป ไม่มีเพื่อนไป
เทศกาลความเหงา เข้ามาแทนที่

ไม่ใช่ว่าตอนที่หวานอยู่ ผมไม่อยากไปไหนหรอก
ไม่ใช่ว่า ตอนที่หวานอยู่ ผมไม่อยากทำอะไร
แต่ด้วยที่ว่า ตอนที่หวานอยู่ ผมกับอยากอยู่กับหวานมากกว่า
ผมรู้สึกว่า แค่อยู่กับหวาน ผมก็สนุกและไม่เหงา
เทศกาลอะไรจึงไม่สำคัญเท่าที่ หวานอยู่กับผม
ผมจึงไม่อยากที่จะไปที่ไหน หรือออกไปข้างนอกแล้ว

ตอนนี้ ก็แค่รอเวลา ว่าเมื่อไหร่ จะได้อยู่ด้วยกันสักที
ความสำคัญของเทศกาลคือ เราจะได้ทำอะไรร่วมกัน
ได้เที่ยว ได้เจอ กับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ พบปะคนที่ไม่รู้จัก
แล้วเราจะได้ เอากลับมาพูดคุยกันที่บ้าน
ผมพึ่งเข้าใจวันนี้นี่แหละครับ ว่าต้องพาหวานออกไปเที่ยวบ้าง
ในวันสำคัญๆแบบนี้

อย่างเช่นงานวันเด็ก…

Posted in ผู้ชายข้างๆ, หวานทั่วไป | Comments Off

หวานซ่าส์เป็น idol เทคโนโลยีช่องทางการสื่อสาร

นานแล้วครับที่ผมไม่ได้มาอัพเดตที่ blog แห่งนี้
อันที่จริง ไม่ค่อยมีเวลาน่ะครับ ติดอะไรหลายๆอย่าง
วันนี้ว่างนิดนึง ก็เลยลุกขึ้นมาเขียนอะไรสักหน่อย

พอดีเจอเรื่องตลกหลายๆอย่างครับ เกี่ยวกับหวานซ่าส์
หวานซ่าส์นั้นเป็นคนย้ำคิดย้ำทำครับ อะไรที่หวานซ่าส์คิดได้ หวานซ่าส์จะทำทันที
และก็จะทำอยู่อย่างนั้น ไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุด จนกว่าจะเจอผลลัพธิ์ที่ตั้งใจ
ตอนนี้หวานซ่าส์ สามารถติดต่อผมได้ 4 ช่องทางการสื่อสารครับ
อาทิเช่น Facebook, skype, Phone, MSG ครับ

วันใดถ้าผมไม่รับโทรศัพท์ของหวานซ่าส์ วันนั้นเทคโนโลยีทั้ง 4 อย่าง
หวานซ่าส์จะใช้หมดเลยครับ จนกว่าผมจะตอบรับเธอ
มีอยู่วันนึง Phone 24 สายไม่ได้รับ skype 4 ข้อความ facebook 3 MSG 1 ข้อความ

สุดๆของหวานซ่าส์ ทั้งๆที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ แค่ไปดื่มเหล้ากับเพื่อนมาเท่านั้นเอง
ผมนอนตี 5 แต่เธอพยายามติดต่อผมตอน 6 โมงเช้า แล้วใครมันจะมารับโทรศัพท์

ผมว่าหวานซ่าส์กลั่นแกล้งผม รู้ว่าผมนอนดึก ก็จะโทรมาตอนเช้า
พอผมตื่นเช้า ผมแทบจะไม่ได้รับการติดต่อจากหวานซ่าส์เลย
ใครก็คิดได้ว่ามันแกล้งกันชัดๆ พอติดต่อผมได้ ก็พูดไม่กี่คำ ส่วนใหญ่ก็บ่นแป๊ปๆ
แล้วก็วาง ผมไม่เข้าใจ… ว่าทำไมต้องแกล้งกันด้วย

ดีนะที่ MSN มันเลิกฮิตไปแล้ว ไม่งั้นคงมี MSN อีก 1 หึหึ

แต่อย่างไรก็ตาม การที่หวานซ่าส์ทำแบบนี้ ผมก็เข้าใจว่าหวานซ่าส์นั้น
รักผม คลั่งไคล้ผม หลงไหล และปลื้มในตัวผม อิอิ

Posted in คนแบบหวาน, เรื่องของหวาน | Comments Off

มาอัพเดตเล็กน้อย


ตอนนี้ไม่ค่อยมีไรให้เขียนสักเท่าไหร่
อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน
แต่อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้ว
คงมีเรื่องที่จะต้องคุยกันเยอะเลย
เฝ้านับวันรอที่เราจะได้พบกันอีกครั้ง
เฮ้ออ คิดถึงเหมือนเดิมแหละ

Posted in หวานทั่วไป | Leave a comment

เมื่อเราโตขึ้น(กว่าเดิม)

เมื่อก่อนเราสองคน จะชอบคิดอะไรแบบง่ายๆ
วาดฝันไว้แบบนั้น แบบนี้ ทุกอย่างดูดี และง่ายดายไปหมด
จนเวลาล่วงเลยผ่านมา 5 ปีเต็ม เป็นเวลาที่เราศึกษาดูใจกัน
ความคิดทุกอย่าง มันก็เริ่มปรับ ตามระยะเวลา
ทุกสิ่งทุกอย่าง มันต้องคิดกันให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น
เมื่อ 5 ปีก่อน เราคิดว่าการแต่งงาน หรือการที่เราคบกัน
จะเป็นเรื่องระหว่างเราสองคนเท่านั้น
แต่ด้วยระยะเวลา 5 ปี ทำให้เรารู้ว่า มันไม่ใช่แค่เรา 2 คนเท่านั้น
เรายังมี พ่อแม่ ของทั้งสองฝ่าย มีน้องของเรา มีญาติพี่น้อง
มีบุคคลที่รักเรา ที่คอยมองเราสองคนอยู่ตลอดเวลา
เพราะฉะนั้น เราสองคนทำอะไร ก็ต้องคิดถึง บุคคลเหล่านี้ด้วย
มันไม่ใช่แค่สองเรา แต่มันเป็นเรื่องของครอบครัวของเรา

5 ปีเต็มที่เราคบกันมา ระยะเวลาทำให้เรามีความคิดมากยิ่งขึ้น
เราต่างมีภาระหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบ ที่จะต้องทำให้ได้
เราสองคน ต้องยอมเสียสละชีวิตบางส่วนที่เราเคยเป็นอยู่
เราโตขึ้น ก็ต้องรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านจิตใจ และหน้าที่
ทุกคนโอเค เราสองคนก็โอเค
ผลของการกระทำของเรา จะบ่งบอกถึงว่าเราโตพอหรือยัง
ที่จะสามารถมีครอบครัวเป็นของเราเองได้
ทั้งทางด้านจิตใจ ที่เราต้องแบกภาระกดดัน เราทำได้รึยัง สามารถผ่านมันไปได้ไหม ถ้าจะต้องเจอความกดดันภายนอกต่างๆ ที่เราจะต้องเจอ

เชื่อเถอะครับ ถ้าเราสองคนทำหน้าที่ของเราได้อย่างดีแล้ว
มีความพร้อมทุกอย่าง เราจะได้อยู่ด้วยกันแบบมีความสุขที่สุด
ทุกคนที่อยู่รอบข้างเรา จะร่วมยินดีกับเรา
หวานอย่าพึ่งรีบใจร้อน ความสุขที่เราเร่งให้มันเป็น
มันจะอยู่ได้ไม่นาน แต่ถ้าเราใจเย็นๆ รอความพร้อม
ยิ่งโต เราก็จะยิ่งไตร่ตรองให้มันรอบคอบขึ้น
ความไกล ไม่ได้ทำให้ใจเราไกลกันเลย
กลับยิ่งทำให้เราใช้เวลาคิดถึงกันมากยิ่งขึ้น
ได้คุยกันมากยิ่งขึ้น มากกว่าอยู่ด้วยกันอีก

เราพร้อม ทุกคนพร้อม มันจะเป็นวันของเราครับ

Posted in หวานทั่วไป, เรื่องของหวาน | 2 Comments

เมื่อเราสองคนต้องห่างกันไกล ผมเป็นคนใหม่

นับจากวันที่หวานซ่าส์ได้ห่างจากชีวิตเดิมๆที่เราเคยอยู่กัน
ทุกๆวันหวานซ่าส์ จะคอยจู้จี้ให้ผมทำนู่น ทำนี่อยู่ตลอด
ผมมีความรู้สึกรำคาญ กับสิ่งที่หวานซ่าส์คอยสั่งผมอยู่เสมอ

ณ วันนี้ ไม่มีหวานซ่าส์อยู่กับผมแล้ว
ทุกวันนี้ ผมต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ไม่มีหวานซ่าส์มาคอยบอก
ผมพยายามทำโดยที่ไม่มีใครมาสั่ง มาบอก มาจู้จี้

ห้องที่ผมคอยทำให้รกอยู่เสมอ ณ ตอนนี้ ผมทำให้มันสะอาด

ขยะที่ผมจะชอบวางทิ้งไปตามที่ต่างๆ เมื่อก่อนหวานจะด่าผม
แล้วจะเก็บเอาไปทิ้งให้ วันนี้ผมเอามันไปทิ้งที่ถังขยะโดยไม่มีใครมาสั่ง

แก้วกาแฟที่ผมชอบดื่ม แล้วกาแฟไหลเยิ้มเปลื้อนที่โต๊ะ
ตอนนี้ผมหาอะไรมารองตอนดื่ม ดื่มเสร็จแล้วก็เอาไปล้าง

ทีวีที่ผมไม่ชอบถอดปลั๊ก ตอนนี้ผมดูเสร็จก็จะคอยถอดอยู่เสมอ

ประตูหลังห้อง ผมจะปิดเสมอเวลาออกจากห้อง

กาต้มน้ำ ผมจะคอยเช็ดทำความสะอาด เวลากดใส่กาแฟ แล้วมันชอบกระเด็น

จานที่กินข้าวเสร็จแล้ว ผมจะล้างจานทันที ที่กินเสร็จ จะไม่ปล่อยทิ้งไว้ให้แมลงสาบมาไต่

ผมจะพับผ้าห่มอยู่เสมอ หลังจากตื่นนอน

ผมเอาขวดผงซักฟอก ออกจากตะกร้าเวลาซักผ้าเสร็จแล้ว

และอีกหลายสิ่ง ที่ผมต้องทำด้วยตัวเอง โดยไม่มีหวานอยู่แล้ว
ผมมีความรู้สึกเสียใจ ที่ทำไมผมไม่ทำแบบนี้ตอนที่หวานซ่าส์อยู่กับผม
ตอนนี้ห้องเดิม ห้องนี้ไม่มีหวานอยู่ด้วย ผมต้องทำอะไรด้วยตัวเองทั้งหมด
ยอมรับว่าขี้เกียจมากๆ แต่ ณ ตอนที่ผมจะทำ ผมจะนึกว่าหวานอยู่ด้วย
และถ้าหวานเห็นสิ่งที่ผมทำไป หวานคงดีใจมาก
ผมทำไป อมยิ้มไป นึกภาพว่าหวาน มาเห็นผมกำลังทำความสะอาดห้อง
หวานจะต้องเข้ามากอด แล้วก็พูดชมผมว่า “แฟนชั้นนนเก่งจริงๆ น่ารักที่สุด”
อันที่จริงก็มีความสุขดี แต่ก็สุขบนความเหงาใจ

อีกไม่นาน ผมจะไปอยู่กับหวานซ่าส์ และก็คงจะช่วยหวานซ่าส์ เหมือนที่ผมอยู่คนเดียว

คิดถึงหวานมากตอนนี้

Posted in ผู้ชายข้างๆ, เรื่องของหวาน | Leave a comment

กว่าจะรู้ว่ารักขนาดไหน

กว่าจะรู้ว่ารักขนาดไหน

กว่าจะรู้ว่ารักขนาดไหน

หลายๆเหตุการณ์ ที่เป็นเรื่องราวของความรักนั้น
ส่วนใหญ่การที่เราจะรู้ว่าเค้ารักเรามากขนาดไหน
จะมาจากความที่เรานั้นต้องได้รับความลำบากหรือ
อยู่ในที่นั่งที่ ต้องการความช่วยเหลือ
เราจึงจะรู้ว่า จะมีคนที่รักเรามากขนาดไหน  ที่จะพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกัน

แต่หวานเชื่อไหมว่า ด้วยเหตุการณ์เดียวกัน คนที่โดนช่วยเหลือ
ก็สามารถรู้ได้ว่า เรารักเค้าแค่ไหน

เหตุการณ์ที่หวานได้อยู่ในที่นั่งลำบากนั้น
ผมไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งหวานเลย ตรงกันข้าม
ผมคิดว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับตัวผมเองด้วยซ้ำ
ผมสัมผัสได้เลยว่า ผมนั้นรักหวานมากขนาดไหน
ผมอยากดูแล อยากให้กำลังใจหวาน อยากให้หวานผ่านมันไปให้ได้

บางทีคนเราก็รู้สึกว่ารักได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุการณ์อะไรหรอก
แต่บางครั้ง เราจะรู้ว่ารักแค่ไหน ก็ตรงที่คนเรานั้นอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก
ผมให้สัญญากับหวานว่า ผมพร้อมที่จะดูแลหวานตลอดไป
ไม่ว่าหวานจะทุกข์ หรือมีความสุข จะพยายามทำหน้าที่
ของผู้ชายคนนึง ที่เรียกว่าแฟนหวาน  ให้เต็มที่ และทำด้วยใจ

Posted in ผู้ชายข้างๆ, เรื่องของหวาน | Tagged , | Leave a comment

หวานซ่าส์ 300 เมตร

มันมีที่มาครับ คำว่าหวานซ่าส์ 300 เมตรเนี่ย

หวานซ่าส์เป็นคนเรื่องมากในเรื่องการกินครับ
ถ้าใครได้มาสัมผัสกับหวานซ่าส์แล้วจะรู้ ว่าเป็นยังไง
โดนสภาวะสิ่งแวดล้อมของหวานซ่าส์แล้วนั้น
จะที่พักหรือที่ทำงานของหวานซ่าส์ จะรายล้อมไปด้วยร้านของกินครับ
แต่ด้วยคำว่าหวานซ่าส์ 300 เมตรนั้น หวานซ่าส์จะไม่กินร้านเหล่านี้ครับ
เพราะอะไรน่ะหรือครับ เพราะมันใกล้เธอมากเกินไป
ร้านอะไรที่เดินไปกินได้นะ หวานซ่าส์จะไม่ไปกินร้านนั้นเด็ดขาด

เรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องจริงครับ ใครได้ยินก็อาจจะนึกขำ
ไม่ใช้ว่า ไม่มีอะไรที่หวานซ่าส์ชอบกินนะ
ร้านเหล่านี้ไม่ใช่ร้านเดียว มันมีของให้กินเป็นสิบๆร้าน
มีอาหารให้เลือกหลากหลาย แต่ด้วยเหตุผลที่ว่า มันใกล้เกินไป เลยกินไม่ได้

มีวันนึงครับเมื่อตอนกลางวัน ผมอยากกินขาหมูมาก ที่ร้านใกล้ๆ
ผมชวนเธอไปกิน หวานซ่าส์บอกว่า ไม่อยากกินแล้ว
ไม่ชอบ เบื่อ เซ็ง บลา บลา กับเหตุผลที่มีอยู่
ผมก็เลยต้องขับรถพาหวานซ่าส์ออกไปไกล เพื่อไปกินอาหารราดแกง
แต่พอตกดึกเท่านั้นแหละ ก็ถามหวานซ่าส์อีกว่า กินร้านตามสั่งที่อยู่ใกล้ๆไหม
หวานซ่าส์บอกว่า เบื่อ เซ็ง ไม่ชอบ บลาๆ
ผมก็เลยต้องไปหาที่กินไกลๆ จากที่เธออยู่ครับ
แต่ท่านเชื่อไหมว่า หวานซ่าส์ สั่งข้าวขาหมูมากินครับ
ทั้งๆที่เมื่อตอนกลางวัน พึ่งบอกไปเองแท้ๆ ว่าเบื่อ เซ็ง ข้าวขาหมู

เลยได้นิยามมาว่า “หวานซ่าส์ 300 เมตร”
จะเป็นอาหารแบบไหนก็ได้ อร่อยหรือไม่อร่อยก็ได้
แต่ขอให้ไกลจาก ตรงที่หวานซ่าส์อยู่ 300 เมตรก็พอครับ
เอาง่ายๆ คือต้องไม่ใช่เดินไปกินได้ ขอให้ได้ขับรถไปก็พอ
ไม่อร่อยก็จะอร่อยขึ้นมาทันที ถ้าใกล้กว่านั้น
อาหารร้านนั้นจะไม่อร่อยขึ้นมาทันที

หวานซ่าส์ 300 เมตร ก็เป็นประการฉะนี้แล…..

Posted in คนแบบหวาน, เรื่องของหวาน | Tagged , , , | 2 Comments

วันนี้มีกลอนมาฝากหวานซ่าส์ครับ

ไกลแต่ตัว แต่หัวใจ ไม่ไกลหรอก
แค่เพียงบอก คิดถึง ถึงกันหนา
วันนี้ไกล ใกล้ไม่ได้ รอเวลา
วันข้างหน้า เราต้องใกล้ ใจและตัว

Posted in ผู้ชายข้างๆ, หวานทั่วไป | Tagged | 2 Comments

คนเรามันรู้ใจ แค่เห็นท่าเดินก็รู้แหละ

เขียนไปครั้งที่แล้ว มันโพสไม่ติดแฮะ
หวานซ่าส์บอกให้เขียนใหม่ แต่เขียนใหม่ มันก็ไม่ดีเท่า
เอาเป็นว่า ผมรู้แล้วกันว่าหวานซ่าส์เค้าร้าย

บางทีการที่เราคบกันไปนานๆ มันก็ได้ศึกษาดูใจกัน
กาลเวลานั้นทำ ให้เราได้ซึมซัพเอานิสัยของอีกคนเข้าไป
เสมือนว่าเรานั้นได้กลายเป็นคนๆนั้นไปโดยทันที
ผมจึงไม่แปลกใจเลย ที่ผมจะดูนิสัยของหวานซ่าส์นั้นได้

มาครั้งนี้ หวานซ่าส์ทำท่าทีมีพิรุธอย่างแรง
ถ้าเป็นคนอื่นก็คงเดาไม่ออก เพราะหวานซ่าส์ทำอะไรแบบนี้ได้เนียน
แต่ผมเดาออก แค่หวานซ่าส์เดินไป เดินมาอยู่ภายในห้อง ผมก็รู้สึกได้โดยทันที
หวานซ่าส์มีท่าที ที่ผิดหูผิดตาไป หวานซ่าส์เดินไปเดินมาอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า

ผมเลยแปลกใจ ว่าเธอเป็นอะไรไป หวานซ่าส์พยายามชวนผมคุย
ผมรู้โดยทันที ว่าหวานซ่าส์พยายามปิดบังอะไรผมอยู่นั่นเอง

ผมเลยถามกลับไปว่า อะไรอยู่ในตู้เสื้อผ้า หวานซ่าส์ตกใจมากๆ
ฮ่าาา คงคิดว่า ทำไมผมถึงรู้ได้ รู้ได้ไงวะ

หวานซ่าส์พยายามปฏิเสธ ยิ่งปฏิเสธผมยิ่งรู้โดยทันที
ผมเลยไปค้นที่ตู้เสื้อผ้า ก็ได้เจอหลักฐานมัดแน่นคาตัว
ผมเจอกระป๋าใบใหม่เอี่ยม ซ่อนอยู่ พึ่งซื้อใบใหม่ไปไม่นานแท้ๆ

แต่ท่านรู้อะไรไหมครับ ขนาดเจอแบบนี้ เธอยังปฏิเสธอีกนะ
แต่งเรื่องมาหลอกกันอีก แหม…

ผมไม่ได้ว่าเธอหรอกครับ แถมยังนึกขำมากกว่า
คนอะไร ปฏิเสธได้แม้กระทั่งหลักฐานมันคาตา ตลกดี

Posted in คนแบบหวาน, เรื่องของหวาน | Tagged , , , | 1 Comment